![]()
|
||
| เสือโคร่งพันธุ์บาหลี (Bali tiger) |
มีสีเข้มที่สุดและมีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเสือโคร่งด้วยกัน พบในอินโดนีเชีย บาหลี ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว | |
| เสือโคร่งพันธุ์
แคสเปียน (Caspain tiger) |
พบในอัฟริกาตอนเหนือ, อิหร่านตอนเหนือ, ตะวันออกของมองโกเลีย ตะวันออกของตุรกี พื้นที่ตอนกลางของรัสเซีย ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว | |
| เสือโคร่งพันธุ์อินโดไชนิส
(Indo-chinese tiger) |
เป็นเสือโคร่งที่มีลายมากแต่น้อยกว่าเสือโคร่งพันธุ์สุมาตรา มีสีเข้มปานกลาง พบในพม่า จีนตอนใต้ (แถบกัมพูชา ลาว คาบสมุทรมาเลเซีย และในไทย) ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1,000 - 1,700 ตัว | |
| เสือโคร่งพันธุ์จาวาน (Javan tiger) |
พบในอินโดนีเชีย ชวา ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว | |
| เสือโคร่งพันธุ์รอยัล
เบงกลอ หรือเบงกอล (Benger tiger) |
เป็นเสือโคร่งที่รู้จักกันมากที่สุด
และมีจำนวนมากกว่าพันธุ์อื่น พบใน บังคลาเทศ, ภูฐาน, พม่าตะวันตกเฉียงเหนือ, อินเดีย, เนปาล, ปัจจุบันในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 500 ตัว |
|
| เสือโคร่งพันธุ์ไซบีเรีย (Siberian tiger) |
เป็นเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุด
อาศัยอยู่ทางเขตหนาว จึงมีขนหนามาก และมีสีจางกว่าพันธุ์อื่นๆ เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้มที่เป็นหิมะ
พบในจีนตะวันออกเฉียงเหนือ เกาหลีเหนือ รัสเซียตะวันออก ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 150 - 200 ตัว |
|
| เสือโคร่งพันธุ์เซ้าท์ไชน่า
( South china tiger) |
เป็นเสือที่มีลายพาดกลอนน้อยกว่าพันธุ์อื่นๆ พบในจีนตอนกลางและตะวันออก ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30 - 80 ตัว | |
| เสือโคร่งพันธุ์สุมาตรา
( Sumatran tiger) |
เป็นเสือโคร่งที่มีสีเข้มที่สุดและมีขนาดเล็กที่สุด พบในอินโดนีเซีย, สุมาตรา ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 650 ตัว | |
![]()
|
||
|
พฤติกรรมในการกำหนดอาณาเขต
|
||
|
เสือโคร่งจะทำการกำหนดอาณาเขตโดยการข่วนรอยไว้ตามต้นไม้ การพ่นน้ำปัสสาวะก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเพื่อบอกอาณาเขต
เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว เสือโคร่งไม่ใช่สัตว์สังคม มันจะอยู่อาศัยและล่าเหยื่อในอาณาบริเวณของมัน
ถ้าเสือโคร่งตัวอื่นเข้ามาในอาณาเขตเมื่อดมกลิ่นก็จะรับรู้ และมักจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
และการต่อสู้ นอกจากนี้ปัสสาวะของเสือโคร่งตัวเมียยังสามารถบอกให้รู้ว่า
เสือตัวเมียตัวนั้นอยู่ในระยะที่จะผสมพันธุ์ได้หรือไม่อีกด้วย
|
||
|
พฤติกรรมการผสมพันธุ์
|
||
|
ในช่วงฤดูการผสมพันธุ์เสือโคร่งจะอาศัยอยู่เป็นคู่
และเสือโคร่งเพศเมียที่เป็นสัด จะส่งเสียงร้องเป็นช่วงๆ เสือโคร่งตัวผู้จะดมกลิ่นน้ำปัสสาวะของเสือโคร่งตัวเมียที่อยู่ในละแวกนั้น
หลังจากนั้นจะเริ่มติดตาม, เข้าหา และแสดงความสนใจเสือตัวเมีย โดยจะดมอวัยวะเพศ,
ไซร์ตามซอกคอ หรือสีข้าง เสือโคร่งตัวผู้จะสังเกตุอาการของเสือโคร่งตัวเมียไปด้วยว่าจะยอมรับการเข้าหา
หรือมีท่าที ตอบสนองหรือไม่ เมื่อตัวเมียยอมรับตัวผู้แล้ว จะยอมให้ตัวผู้ขึ้นทับและทำการผสมพันธุ์
เมื่อผสมพันธุ์เสร็จ เสือโคร่งตัวเมียจะแว้งกัดหรือตะปบเสือโคร่งตัวผู้
|
||
|
พฤติกรรมการเลี้ยงลูก
|
||
|
หลังจากที่ตั้งท้องได้ประมาณ
95 - 105 วันแล้ว ตัวเมียจะคลอดลูก เมื่อคลอดออกมา แม่จะเลียลูกจนเมือกที่หุ้มตัวแห้ง
ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบหมุนเวียนในร่างกายของลูกด้วย ลูกเสือจะกินน้ำนมแม่ตั้งแต่กำเนิด
แม้ว่าจะมองไม่เห็นในช่วง 7-10 วันแรก แม่เสือจะเริ่มหัดให้ลูกเสือกินเนื้อเมื่อลูกเสือมีอายุ
ประมาณ 2 เดือน และลูกเสือจะหย่านมที่ประมาณ 5 เดือน ในช่วง 2 เดือนแรกแม่เสือจะลำบากที่สุดเนื่องจาก
ต้องออกไปล่าเหยื่อและกลับมาเลี้ยงลูกเสือให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะลูกอ่อนไม่สามารถตามแม่เสือออกไปล่าเหยื่อได้
ลูกเสือโคร่งจะใช้ชีวิตในการเรียนรู้กับแม่เกือบ 2 ปี จึงแยกออกไปล่าเหยื่อโดยลำพัง
|
||
|
พฤติกรรมการล่าเหยื่อ
|
||
|
โดยปกติแล้วเสือโคร่งเป็นสัตว์ที่จะออกล่าเหยื่อก็ต่อเมื่อมันหิว
ในป่าบริเวณที่มีประชากรของสัตว์กินพืชมาก จะมีประชากรของเสือมากขึ้นตามไปด้วย
ซึ่งเป็นไปตามระบบนิเวศน์นั่นเอง เสือโคร่งจะ ออกล่าเหยื่อที่มันประมาณได้ว่ามันสามารถล่าได้
คือจะไม่ล่าเหยื่อที่ใหญ่กว่าตัวมันเอง เนื่องจากมีความเสี่ยง และอาจไม่ประสบความสำเร็จในการล่า
|
||
|
ขั้นตอนการล่าเหยื่อของเสือโคร่งแบ่งออกเป็น
4 ขั้นตอนคือ
|
||
|
||
|
เสือโคร่งจะทำการงับลำคอของเหยื่อ
ไม่นิยมงับหลังคอเนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่ของเสือจะเป็นสัตว์ที่มีเขา เช่น
กวางชนิดต่างๆ หลังจากทำการล่าได้แล้ว เสือโคร่งจะเริ่มทำการกินเหยื่อ
โดยเสือโคร่งมักจะกินเนื้อ บริเวณสะโพกก่อน หากกินไม่หมดเสือโคร่งจะทำการกลบเหยื่อ
หรืออาจร้องเรียกเสือโคร่งตัวอื่นมากินต่อไป
|
||
|
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
|
||
|
เมื่อเสือโคร่งซึ่งเป็นสัตว์โดดเดี่ยวถูกนำมาเลี้ยงรวมกัน จะเกิดกระบวนการจัดลำดับชั้นทางสังคมขึ้น คือการต่อสู้เพื่อความเป็นใหญ่ในฝูง หากมีการแยกกัน 2 ฝูง เมื่อนำมาใส่ในพื้นที่เดียวกัน ก็จะมีการยกพวกเข้าต่อสู้กันเป็นต้น ในการเลี้ยงดูโดยมนุษย์ พฤติกรรมในการล่าเหยื่อของเสือโคร่งจะลดลง แต่หากทำการกระตุ้นพฤติกรรมก็จะสามารถแสดงออกมาโดยสัญชาติญาณการล่าได้เช่นกัน |
||
| ข้อมูลของเสือโคร่งพันธุ์เบงกอล | |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์
|
Panthera tigris tigris |
|
การแพร่กระจาย
|
อินเดีย,เนปาล, บังคลาเทศ, พม่า เมื่อ 60 ปีก่อนมีมากถึง 40,000 ตัว แต่ข้อมูลการสำรวจ ของ IUCN เมื่อเดือนมีนาคม 2537 พบว่ามีประชากรเสือโคร่งเบงกอลลดลงเหลือประมาณ 3,350-4,700 ตัว |
|
ลักษณะทั่วไป
|
เป็นเสือโคร่งพันธุ์ใหญ่ ลำตัวมีสีเหลืองปนเทา หรือเหลืองปนน้ำตาล แต่ละตัวมีลายแถบปรากฏบนหลัง และด้านข้างลำตัวต่างกัน ขนใต้ท้อง คาง และคอเป็นสีขาว ขนเหนือตาสีขาว และมีแถบสีดำ หางมีแถบสีดำเป็นบั้งๆ ตั้งแต่โคนหางถึงปลายหาง ปลายหางมีสีดำ หลังหูดำ และมีจุดสีขาวนวลใหญ่เห็นได้ชัด |
|
นิเวศน์วิทยาและพฤติกรรม |
ชอบอาศัยใกล้แหล่งน้ำ หรือที่มีร่มเงาให้หลบแสงแดด เพราะมันไม่ชอบอากาศร้อน มักอาศัยในป่าลึกอากาศเย็น ว่ายน้ำ และขึ้นต้นไม้ได้แต่ปกติไม่ชอบขึ้นต้นไม้จะชอบว่ายน้ำมากกว่า ในวันที่อากาศร้อนๆ จะแช่อยู่ในน้ำได้หลายชั่วโมง เสือโคร่งชอบออกล่าเหยื่อตั้งแต่ตอนเย็น เรื่อยไป แต่ตอนกลางวันชอบนอนพักผ่อน |
|
การสืบพันธุ์
|
ปกติไม่อยู่เป็นคู่ นอกจากฤดูผสมพันธุ์ เป็นสัดนานประมาณ 3-6 วัน ผสมพันธุ์ ได้เมื่ออายุประมาณ 30-36 เดือน (2 ปีครึ่ง - 3 ปี) ขึ้นไป ผสมพันธุ์ได้ตลอดปี ปกติตั้งท้องนานประมาณ 95-105 วัน ตกลูกครั้งละ 2-5 ตัว จากนั้นแม่เสือจะเลี้ยง ลูกเสือจนโตเป็นหนุ่มสาว จนอายุประมาณ 2 ปี ก็จะแยกย้ายกันไป |
| อาหาร | เสือโคร่งเป็นสัตว์กินเนื้อ กินสัตว์ทุกชนิดที่จับได้ แต่หมูป่ากับกวางเป็นสัตว์ที่ชอบกินมาก |
| อายุขัย |
ประมาณ 15-20 ปี |
|
|
สวนเสือศรีราชา
341 ม.3 กม.20 ทางหลวง 7 (ชลบุรี-พัทยาสายใหม่) ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110
โทร : (038) 296 556-8, 296 571-2 แฟกซ์ : (038) 296 559
สำนักงานกรุงเทพฯ
อาคารไดนาสตี้ คอมเพล็กซ์ 67/11ซ.ลาดพร้าว 71 ถ.ลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
โทร. (02) 933 0566 , 933 0977 โทรสาร. (02) 933 0311
webmaster@tigerzoo.com
© Copyright 2000,Thailand,
Sriracha Tiger Zoo, www.tigerzoo.com